การอนุบาลลูกนกกระทา
การอนุบาลลูกนก เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ถือว่าสำคัญที่สุดที่ต้องทำด้วยความปราณีตและเอาใจใส่ ถือเป็นดัชนีชี้วัดได้เลยว่าลูกนกกระทาหลังฟักที่เปรียบเหมือนเด็กแรกเกิด ตัวเล็ก อ่อนแอ และไวต่ออุณหภูมิสุด ๆ ถ้าดูแลช่วง 7 วันแรกดี อัตราการรอดจะสูงมาก แต่ถ้าพลาดช่วงนี้ จากฝูงเต็มกล่องที่ถนอมจนฟักเป็นตัวออกมาจากไข่ อาจไม่เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียวเดียวได้ง่าย ๆ
- ขั้นตอนสำคัญในการอนุบาลลูกนกกระทาหลังฟัก
- ปัญหาที่เจอบ่อย จะได้ป้องกันและแก้ไขได้ทัน
- ไปเรียนรู้การเลี้ยงนกกระทาแบบครบวงจร พร้อมแบ่งปันลูกนกไปเลี้ยงต่อ
ขั้นตอนสำคัญในการอนุบาลลูกนกกระทาหลังฟัก
1. พักลูกนกให้ขนแห้งก่อน หลังลูกนกออกมาจากไข่แล้ว อย่ารีบจับออกทันที ให้ปล่อยทิ้งไว้ในตู้ฟักประมาณ 4–6 ชั่วโมง เพื่อให้ขนแห้งสนิทเสียก่อน เพื่อให้ลูกนกแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะมีผลช่วยลดความเครียดของนกหลังฟักได้มาก ถ้าย้ายเร็วเกินไปลูกนกอาจจะหนาวและอ่อนแอได้ง่าย
2. เตรียมกล่องอนุบาล โดยใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ ใกล้ตัวได้เลย เช่น กล่องพลาสติก หรือหากมีลูกนกจำนวนมากจะทำเป็นกรงอนุบาลโดยเฉพาะก็ได้ แล้วให้รองพื้นด้วยแกลบ ซึ่งหากไม่มีอาจใช้ขี้เลื่อยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้ โดยห้ามวางลูกนกแรกฟักออกมาใหม่บนพื้นลื่นๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ลูกนกขาโก่งหรือลื่นล้มจนพิการได้
3. ความอบอุ่นถือว่าสำคัญที่สุด ลูกนกกระทาแรกฟักใหม่ๆ ยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ได้ จึงต้องมีไฟกกโดยใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมดังนี้
- วันแรก – 3 วัน : ประมาณ 35°C
- วันที่ 4 – 7 : ประมาณ 32°C
- สัปดาห์ที่ 2 : ประมาณ 30°C
- หลังจากนั้นค่อย ๆ ลดลง
วิธีที่ดีที่สุดในการดูความพอดี คือให้สังเกตจากพฤติกรรมของลูกนก ถ้า
- เกาะรวมกันใต้ไฟ คือหนาวไป ความอบอุ่นไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มขนาดของไฟกกให้อีก
- กระจายออกห่างไฟ คือร้อนเกินไป ต้องลดขนาดหรือเพิ่มระยะห่างของไฟกก
- กระจายตัวพอดี นกยู่กระจายเฉลี่ยกันทั่วกรงอนุบาลแสดงว่าอุณหภูมิกำลังดี
4. ต้องมีน้ำกินให้ลูกนกทันที เมื่อลูกนกย้ายเข้ากรงอนุบาลแล้ว ต้องมีน้ำให้กินเลยทันที มีเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อป้องกันลูกนกตกน้ำตาย โดยให้ใส่น้ำลงในฝาขวดเล็กๆ หรือจะวางลูกแก้วหรือหินเล็ก ๆ ลงไปในภาชนะใส่น้ำด้วยเพื่อป้องกันลูกนกตกน้ำ และเนื่องจากลูกนกค่อนข้างอ่อนแอ จึงต้องดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำให้ดีโดยควรเปลี่ยนน้ำวันละ 2 ครั้ง และเสริมวิตามินและยาฆ่าเชื้อเกี่ยวกับลำไส้เสริมลงไปในน้ำกินให้ด้วยจะได้ผลดีมากขึ้น
5. อาหารสำหรับลูกนก ให้ใช้อาหารลูกไก่ที่มีโปรตีนประมาณ 20–24% บดละเอียด ช่วง 2 วันแรกอาจให้โดยการวางโรยบนกระดาษ หลังจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนเป็นถาดอาหารตื้นๆ โดยให้สังเกตดูว่าลูกนกจะเริ่มกินได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังฟักออกมา
6. อย่าให้ลมโกรก ลูกนกกระทากลัวลมมาก ควรวางกล่องอนุบาลในพื้นที่ปลอดภัยอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีลมโกรกแรงและห้ามโดนฝนเด็ดขาด ในระยะแรกนี้ถ้าลูกนกโดนลมแรงจะเป็นหวัดและตายง่ายมาก
ปัญหาที่เจอบ่อย จะได้ป้องกันและแก้ไขได้ทัน
- ลูกกนกนอนซึม อุณหภูมิในกรงอนุบาลต่ำไป ลูกนกหนาว ให้เพิ่มขนาดไฟกกให้แรงขึ้น
- ลูกนกอ้าปากหอบ อุณหภูมิในกรงอนุบาลสูงไป ลูกนกร้อน ให้ลดขนาดไฟกกให้น้อยลง หรือย้ายให้ห่างลูกนกมากขึ้น
- ลูกนกเหยียบกัน เป็นเพราะพื้นที่คับแคบเกินไป
- ลูกนกขาโก่ง เป็นเพราะพื้นคอกอนุบาลลื่น ให้เพิ่มแกลบโรยพื้นคอกไม่ให้ลูกนกลื่น
ไปเรียนรู้การเลี้ยงนกกระทาแบบครบวงจร พร้อมแบ่งปันลูกนกไปเลี้ยงต่อ
สำหรับมือใหม่ที่สนใจอยากลองเลี้ยงนกกระทา สามารถไปดูการเลี้ยงนกกระทาแบบพึ่งพาตนเองเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารไปจนถึงการสร้างงานสร้างอาชีพ ได้ที่อาร์เคเอฟาร์ม อ.ท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ควรนัดหมายล่วงหน้าก่อนจะดีที่สุดที่โทร. 084-625-9929
